ไม่ต้องรอให้สูงวัย ก็ร้อยไหมได้ ! เข้าใจการร้อยไหม ก่อนตัดสินใจทำ
เมื่อพูดถึงปัญหาหน้าหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยบนใบหน้า ผู้คนมักนึกถึงการร้อยไหมเป็นอันดับแรก ๆ การร้อยไหมถือเป็นเทคโนโลยีในการยกกระชับผิวหน้า ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การร้อยไหม เหมาะกับคนที่อายุเยอะ หรือมีผิวเหี่ยวย่นแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การร้อยไหม สามารถทำได้กับคนหลากหลายวัย ตั้งแต่วัยทำงานไปจนถึงคนที่ความยืดหยุ่นของผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพ
ในบทความนี้ Lienjang จะพาผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับการร้อยไหมกันให้มากขึ้น ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการร้อยไหม ข้อมูลในการทำ และกระบวนการต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ กับผู้ที่กำลังหาข้อมูลในการร้อยไหมยกกระชับใบหน้า
การร้อยไหมหรือ Thread Lifting คืออะไร ?
การร้อยไหมหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Thread Lifting คือการยกกระชับผิวหน้า โดยการร้อยไหมที่มีเงี่ยงลงไปในชั้นผิวหนัง โดยเงี่ยงของไหมจะเกี่ยวผิวหน้าให้ยกกระชับขึ้นมาตามทิศทางในการร้อย เปรียบเสมือนการทำให้ผิวยกกระชับ ด้วยวิธีการตรึงของไหมภายใต้ชั้นผิว นอกจากไหมจะทำหน้าที่ประคองให้ผิวยกกระชับแล้ว ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อีกด้วย
ผลลัพธ์ของการร้อยไหมจะสามารถคงอยู่ได้นานถึง 1 ปี ทั้งนี้ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ผู้เข้ารับการร้อยไหมจะเห็นผลหลังทำทันที และจะเห็นผลชัดเจนหลังจากทำไปประมาณ 1 เดือน
การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวดังต่อไปนี้
การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ผ่าตัดและอยากเห็นผลค่อนข้างเร็ว โดยกลุ่มที่เหมาะเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น ต้องการให้ผิวเรียบตึง
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการให้ผิวกระชับ
- ผู้ที่ต้องการเก็บกรอบหน้า อยากมีรูปหน้าที่ชัดเจน
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวเหี่ยวย่น แต่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า
ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมมีทั้งหมดกี่ชนิด ?
อย่างที่ทราบกันดี ว่าไหมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ไหมละลาย และไหมไม่ละลาย โดยไหมละลายจะเป็นไหมประเภทที่สามารถย่อยสลายไปเองได้ ภายในระยะเวลาหนึ่ง ส่วนไหมไม่ละลายจะเป็นไหมประเภทที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไหมไม่ละลาย ไม่ค่อยถูกใช้ในปัจจุบันแล้ว เพราะไม่สามารถผ่านเครื่อง CT Scan หรือ MRI ได้ อีกทั้งยังไม่ทนความร้อน เมื่อโดนความร้อนอาจทำให้มีการเปลี่ยนรูปร่าง
ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วการร้อยไหมจึงใช้ไหมละลายเป็นหลัก ซึ่งไหมที่ใช้ก็แบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะของไหม โดยไหมแต่ละรูปแบบ ก็จะเหมาะแก่การแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป
ไหมแบบเรียบ (Mono Thread)
ไหมแบบเรียบ (Mono Thread) คือไหมที่มี เส้นเดี่ยวเรียบเรียงไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีเงี่ยงเกี่ยวผิว เหมาะสำหรับใช้เพื่อ กระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับแบบธรรมชาติ มากกว่าการดึงผิวอย่างแรง ไหมแบบเรียบแบ่งออกเป็นสองประเภท
- ไหมแบบเรียบตรง เป็นแบบที่ไม่มีเงี่ยง เหมาะกับการแก้ไขปัญหาหลุมสิว และรูขุมขน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี
- ไหมแบบเกลียว คือไหมแบบเรียบที่พันรอบเข็มในลักษณะเกลียว ไหมในแบบนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำให้ผิวดูอิ่มฟู เพิ่มวอลลุมให้ผิว
ไหมแบบเงี่ยง (Barb Thread)
เป็นไหมเส้นใหญ่ มีเงี่ยงออกมา โดยเงี่ยงดังกล่าวจะทำหน้ายึดเกาะกับผิวหนัง ทำให้ไหมแบบนี้สามารถทำให้ผิวคงสภาพ เรียบตึงได้ดีกว่าไหมแบบเรียบ ไหมแบบเงี่ยงเหมาะกับการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปัญหาริ้วรอย และร่องแก้ม ไหมแบบเงี่ยงแบ่งออกไปสองแบบ ได้แก่
- ไหมเงี่ยงบาก เป็นไหมแบบที่ใช้เลเซอร์ในการบากให้เกิดเงี่ยงจากตัวไหม รอยเงี่ยงแบบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง เคลื่อนไหวได้ง่าย ไหมแบบเงี่ยงบาก จะมีทั้งการบากไปในทิศทางเดียวกัน บากไปสองทิศทาง และการบากแบบ รอบเส้นไหม
- ไหมเงี่ยงอีกรูปแบบ คือไหมเงี่ยงหล่อ เงี่ยงของไหมแบบนี้ จะเป็นแบบที่หล่อขึ้นมาเพิ่มบนไหม แน่นอนว่า เงี่ยงหล่อจะมีความแข็งแรงกว่า และยึดเกาะผิวได้ดีกว่า โดยเงี่ยงหล่อก็จะมีทั้งหมดสามประเภทเช่นกัน เป็นเงี่ยงแบบสามเหลี่ยม ทึบลักษณะคล้ายร่ม เงี่ยงแบบฟันฉลาม และเงี่ยงหล่อแบบรอบไหม
ผู้ทำสามารถเลือกได้ว่า ต้องการใช้เงี่ยงรูปแบบไหน หากต้องการความยืดหยุ่น เงี่ยงบากก็จะเป็นแบบที่เหมาะสม ส่วนเงี่ยงหล่อ จะทำหน้าที่ได้ดีมากในด้านของความคงทน และการยึดเกาะกับผิว
ไหมกรวย
เป็นไหมแบบเงี่ยง แต่เงี่ยงมีลักษณะเป็นกรวย 3 มิติ โดยตัวกรวยจะสามารถยึดเกาะกับผิวได้เป็นอย่างดี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดการบาดผิว ช่วยลดอาการอักเสบได้ อย่างไรก็ตามไหมแบบนี้ต้องการความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูง เพราะใช้เทคนิคเยอะ จึงต้องการแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
ไหมโครงตาข่าย (Net Thread)
ไหมโครงตาข่าย คือไหมร้อยไหมที่ออกแบบให้เส้นไหม เรียงตัวไขว้กันเป็นลักษณะตาข่ายใต้ผิว เน้นการ พยุงผิวทั้งชั้น และกระตุ้นคอลลาเจนในวงกว้าง เหมาะกับคนที่ต้องการ ผิวแน่น กระชับทั่วหน้า แบบดูเป็นธรรมชาติ
ไหมน้ำ หรือ กลอลี่ (Glory)
เป็น สารสกัดจาก Polycaprolactone ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ย่อยสลายได้ ไม่ตกค้างในพื้นผิว กระจายตัวได้ดี ไม่จำเป็นต้องทำหลายจุด
วิธีการทำของไหมน้ำจะแตกต่างจากวิธีอื่น โดยจะคล้าย ๆ กับฟิลเลอร์ เบื้องต้นจะเป็นการนำ PCL เข้าไปสู่ใต้ชั้นผิวหนัง หลังจากนั้นผิวจะเริ่มกระตุ้นการทำงานของไฟโบบลาส ซึ่งเป็นตัวสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ทำให้ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบตึงขึ้น วิธีนี้อาจเห็นผลช้าหน่อย ใช้เวลาประมาณ 3 – 6 เดือน ผลลัพธ์ที่ทำ ริ้วรอยต่าง ๆ จะได้รับการเติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ไม่เป็นลำ และจะกระจายทั่วใบหน้า แตกต่างจากการทำฟิลเลอร์ ซึ่งจะเน้นไปที่การเติมแต่งเฉพาะจุด
- ขั้นตอนการ ทำไหมน้ำ หรือ กลอลี่ (Glory)
- ทำความสะอาดใบหน้า และทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที
- หลังจากนั้นหมอจะทำการเช็ดยาชาออก และเติมไหมน้ำ หรือกลอรี่ ไปในบริเวณที่คนไข้ต้องการ จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- หลังจากการทำ แพทย์ผู้ทำการรักษาจะแจ้งวิธีการดูแล พร้อมแนวทางในการรักษาเพิ่มเติม
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ หลายท่านอาจสงสัยว่า แล้วไหมละลายแต่ละรูปแบบทำมาจากวัสดุอะไร วัสดุในการทำไหมแบ่งออกเป็น 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่
- PDO (Polydioxanone) – เป็นวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุด มีความยืดหยุ่นสูง และมีความแข็งแรง ทุกใช้อย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ เช่น ในการผ่าตัดเย็บเส้นเลือดหัวใจ
- PLLA (Polylactic acid) – เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง คงทนอยู่ได้นาน แต่มีปัญหาในเรื่องของความเปราะ สามารถแตกหักได้ง่าย ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น
- PCL (Polycaprolactone) – เป็นวัสดุสีใส เหนียว มีความยืดหยุ่นสูง สามารถขยับได้ ตามการขยับใบหน้า ทำให้ไม่แตกหัก หรือขาด สามารถคงอยู่ได้ยาวนาน และเป็นส่วนกระกอบหลักในไหมน้ำ
การร้อยไหมมีกระบวนการในการยกกระชับผิวหน้าอย่างไร ?
การร้อยไหมถือเป็นหนึ่งในวิธีการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดที่เห็นผลชัดเจนที่สุด การร้อยไหมจะมีจุดเด่น ในเรื่องของการช่วยลดริ้วรอย และผิวที่เหี่ยวย่น แตกต่างจากวิธีอื่น ๆ อย่าง HIFU และ ULTHERAPY ที่จะเป็นการกระตุ้นจากใต้ชั้นผิว ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่ไม่ได้มีริ้วรอยเยอะมาก มุ่งเน้นไปที่การยกกระชับผิว ดังนั้นหากท่านใดที่มีปัญหาริ้วรอย และความเหี่ยวย่นของผิว และต้องการเห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องการผ่าตัด การร้อยไหม ก็ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ
ขั้นตอนในการร้อยไหมเบื้องต้น
ขั้นตอนในการร้อยไหมเบื้องต้น เป็นหัตถการที่ค่อนข้างรวดเร็วและปลอดภัย หากทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ประเมินใบหน้าและวางแผนการรักษา
-
แพทย์ตรวจสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงหน้า
-
วิเคราะห์ปัญหา เช่น แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้มลึก
-
เลือก ชนิดไหม จำนวน และทิศทางการร้อย ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
2. ทำความสะอาดผิวและเตรียมผิวก่อนทำ
-
ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างละเอียด
-
ฆ่าเชื้อบริเวณที่จะร้อยไหม
-
ทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อลดความเจ็บระหว่างทำ
3. ร้อยไหมเข้าสู่ชั้นผิว
-
แพทย์ใส่ไหมผ่านเข็มหรือท่อขนาดเล็กเข้าใต้ผิว
-
วางไหมตามแนวที่ออกแบบไว้ เพื่อยกและพยุงผิว
-
ปรับตำแหน่งไหมให้สมดุลทั้งสองข้าง
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นกับจำนวนไหม)
4. ปรับทรง ตัดปลายไหม และจัดรูปหน้า
-
แพทย์ดึงไหมให้ได้ระดับที่เหมาะสม
-
ตัดปลายไหมที่เหลือออก
-
จัดรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ
5. ทำความสะอาดและดูแลหลังทำ
-
เช็ดทำความสะอาดบริเวณแผล
-
แปะพลาสเตอร์เล็กน้อยในจุดเข็ม
-
แนะนำการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม
การเตรียมตัวและข้อควรระวังในการร้อยไหม
เนื่องจากการร้อยไหมถือเป็นหัตถการรูปแบบหนึ่ง ผู้เข้ารับการรักษาจึงควรมีการเตรียมตัวตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
- ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ และควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่ก่อนที่จะหยุดยานั้นๆ
- ควรงดวิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
- ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
- ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
- หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆ ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนร้อยไหม เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
- หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ
- ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio
- ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ
หากท่านเป็นผู้ที่มีโรคเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) และโรคไทรอยด์เป็นพิษ อาจต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนเข้ารับทำ และผู้ที่ร้อยไหมจะต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป
หลังการทำอาจมีอาการบวมช้ำ และเลือดออกเล็กน้อย ควรทานยาและดูแลตนเองตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด การร้อยไหมถือเป็นหัตถการที่ต้องการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง ควรใช้บริการกับสถานบริการที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
การร้อยไหมแตกต่างจากเทคโนโลยีในการยกกระชับใบหน้าอื่นอย่างไร ?
การร้อยไหมถือเป็นหนึ่งในวิธีการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดที่เห็นผลชัดเจนที่สุด การร้อยไหมจะมีจุดเด่น ในเรื่องของการช่วยลดริ้วรอย และผิวที่เหี่ยวย่น แตกต่างจากวิธีอื่น ๆ อย่าง HIFU และ ULTHERAPY ที่จะเป็นการกระตุ้นจากใต้ชั้นผิว ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่ไม่ได้มีริ้วรอยเยอะมาก มุ่งเน้นไปที่การยกกระชับผิว
ดังนั้นหากท่านใดที่มีปัญหาริ้วรอย และความเหี่ยวย่นของผิว และต้องการเห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องการผ่าตัด การร้อยไหม ก็ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ
วิธีการเลือกสถานที่ให้บริการร้อยไหม
การเลือก สถานที่ให้บริการร้อยไหม เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อ ความปลอดภัย ผลลัพธ์ และความพึงพอใจ ในระยะยาว นี่คือแนวทางที่ช่วยให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจ 👇
แพทย์ต้องมี ใบอนุญาต/คุณวุฒิที่ชัดเจน
- แพทย์ต้องเป็น แพทย์จริง ไม่ใช่พนักงานเสริมความงาม
- มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- มีประสบการณ์ด้านหัตถการร้อยไหมโดยเฉพาะ
- ถามโดยตรงหรือดูรีวิว/ผลงานก่อน-หลังจากคลินิกได้
คลินิกมี รีวิวและผลลัพธ์จริง
- ภาพก่อน–หลังจากคนไข้จริง
- รีวิวจากผู้ใช้บริการที่มีความหลากหลาย
- มีการแสดงผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ถ้ามีรีวิวที่ ระบุชนิดไหม เทคนิคที่ใช้ และจำนวนไหม จะช่วยให้ประเมินผลได้ดีขึ้น
ใช้ไหมแท้ มีคุณภาพ
- เลือกคลินิกที่ใช้ไหมจาก แบรนด์ที่มีมาตรฐาน
- แพทย์สามารถอธิบายชนิดไหมและเหตุผลที่เลือกไหมชนิดนั้นให้คุณได้
- หลีกเลี่ยงคลินิกที่ใช้ไหม ไม่ระบุแหล่งที่มา หรือราคาถูกเกินจริง
มีการประเมินและวางแผนก่อนทำ
- มีการตรวจสภาพผิวหน้า
- อธิบายถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างชัดเจน
- แจ้งข้อควรระวังก่อนทำหัตถการ
- ถ้าไม่มีการประเมินก่อนทำ ควรระวัง
สิ่งแวดล้อมและมาตรฐานความปลอดภัยของคลินิก
- ห้องปลอดเชื้อ / อุปกรณ์สะอาด
- มีการปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข
- มีอุปกรณ์สำหรับดูแลกรณีฉุกเฉิน
- การบริการดี เป็นระบบ ช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น
การดูแล หลังทำ ที่ชัดเจน
- มีคำแนะนำการดูแลหลังทำละเอียด
- มีช่องทางติดต่อกรณีมีอาการผิดปกติ
- มีการนัดติดตามผล
- คลินิกที่ดีมักมีระบบติดตามผลระยะยาว
ราคาและความโปร่งใส
- ระบุราคาอย่างชัดเจน ก่อนทำ
- ไม่มีการบวกค่าซ่อนเร้น
- แพทย์อธิบายความคุ้มค่าของราคา
- ราคาที่ ถูกเกินความเป็นจริง อาจแลกมาด้วยคุณภาพที่ต่ำ
ปรึกษาเรื่องการร้อยไหมกับทีมแพทย์ที่ ลีเอนจางคลินิก เพื่อเข้ารับการรักษาได้แล้ววันนี้ คลิกที่นี่



