บทความ

Article

ร้อยไหม-Thread-lifting-ยกกระชับ
Facebook
X
Email

หัวข้อที่น่าสนใจ

ร้อยไหม-Thread-lifting-ยกกระชับ

ไม่ต้องรอให้สูงวัย ก็ร้อยไหมได้ ! เข้าใจการร้อยไหม ก่อนตัดสินใจทำ

เมื่อพูดถึงปัญหาหน้าหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยบนใบหน้า ผู้คนมักนึกถึงการร้อยไหมเป็นอันดับแรก ๆ การร้อยไหมถือเป็นเทคโนโลยีในการยกกระชับผิวหน้า ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การร้อยไหม เหมาะกับคนที่อายุเยอะ หรือมีผิวเหี่ยวย่นแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การร้อยไหม สามารถทำได้กับคนหลากหลายวัย ตั้งแต่วัยทำงานไปจนถึงคนที่ความยืดหยุ่นของผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพ

ในบทความนี้ Lienjang จะพาผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับการร้อยไหมกันให้มากขึ้น ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการร้อยไหม ข้อมูลในการทำ และกระบวนการต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ กับผู้ที่กำลังหาข้อมูลในการร้อยไหมยกกระชับใบหน้า

การร้อยไหมหรือ Thread Lifting คืออะไร ?

การร้อยไหมหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Thread Lifting คือการยกกระชับผิวหน้า โดยการร้อยไหมที่มีเงี่ยงลงไปในชั้นผิวหนัง โดยเงี่ยงของไหมจะเกี่ยวผิวหน้าให้ยกกระชับขึ้นมาตามทิศทางในการร้อย เปรียบเสมือนการทำให้ผิวยกกระชับ ด้วยวิธีการตรึงของไหมภายใต้ชั้นผิว นอกจากไหมจะทำหน้าที่ประคองให้ผิวยกกระชับแล้ว ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อีกด้วย

ผลลัพธ์ของการร้อยไหมจะสามารถคงอยู่ได้นานถึง 1 ปี ทั้งนี้ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ผู้เข้ารับการร้อยไหมจะเห็นผลหลังทำทันที และจะเห็นผลชัดเจนหลังจากทำไปประมาณ 1 เดือน

การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวดังต่อไปนี้

การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ผ่าตัดและอยากเห็นผลค่อนข้างเร็ว โดยกลุ่มที่เหมาะเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น ต้องการให้ผิวเรียบตึง
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการให้ผิวกระชับ
  • ผู้ที่ต้องการเก็บกรอบหน้า อยากมีรูปหน้าที่ชัดเจน
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวเหี่ยวย่น แต่ไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า

ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมมีทั้งหมดกี่ชนิด ?

อย่างที่ทราบกันดี ว่าไหมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ไหมละลาย และไหมไม่ละลาย โดยไหมละลายจะเป็นไหมประเภทที่สามารถย่อยสลายไปเองได้ ภายในระยะเวลาหนึ่ง ส่วนไหมไม่ละลายจะเป็นไหมประเภทที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไหมไม่ละลาย ไม่ค่อยถูกใช้ในปัจจุบันแล้ว เพราะไม่สามารถผ่านเครื่อง CT Scan หรือ MRI ได้ อีกทั้งยังไม่ทนความร้อน เมื่อโดนความร้อนอาจทำให้มีการเปลี่ยนรูปร่าง

ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วการร้อยไหมจึงใช้ไหมละลายเป็นหลัก ซึ่งไหมที่ใช้ก็แบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะของไหม โดยไหมแต่ละรูปแบบ ก็จะเหมาะแก่การแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป

ไหมแบบเรียบ (Mono Thread)

ไหมแบบเรียบ (Mono Thread) คือไหมที่มี เส้นเดี่ยวเรียบเรียงไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีเงี่ยงเกี่ยวผิว เหมาะสำหรับใช้เพื่อ กระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับแบบธรรมชาติ มากกว่าการดึงผิวอย่างแรง ไหมแบบเรียบแบ่งออกเป็นสองประเภท

  • ไหมแบบเรียบตรง เป็นแบบที่ไม่มีเงี่ยง เหมาะกับการแก้ไขปัญหาหลุมสิว และรูขุมขน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี
  • ไหมแบบเกลียว คือไหมแบบเรียบที่พันรอบเข็มในลักษณะเกลียว ไหมในแบบนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำให้ผิวดูอิ่มฟู เพิ่มวอลลุมให้ผิว

ไหมแบบเงี่ยง (Barb Thread)

เป็นไหมเส้นใหญ่ มีเงี่ยงออกมา โดยเงี่ยงดังกล่าวจะทำหน้ายึดเกาะกับผิวหนัง ทำให้ไหมแบบนี้สามารถทำให้ผิวคงสภาพ เรียบตึงได้ดีกว่าไหมแบบเรียบ ไหมแบบเงี่ยงเหมาะกับการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปัญหาริ้วรอย และร่องแก้ม ไหมแบบเงี่ยงแบ่งออกไปสองแบบ ได้แก่

  • ไหมเงี่ยงบาก เป็นไหมแบบที่ใช้เลเซอร์ในการบากให้เกิดเงี่ยงจากตัวไหม รอยเงี่ยงแบบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง เคลื่อนไหวได้ง่าย ไหมแบบเงี่ยงบาก จะมีทั้งการบากไปในทิศทางเดียวกัน บากไปสองทิศทาง และการบากแบบ รอบเส้นไหม
  • ไหมเงี่ยงอีกรูปแบบ คือไหมเงี่ยงหล่อ เงี่ยงของไหมแบบนี้ จะเป็นแบบที่หล่อขึ้นมาเพิ่มบนไหม แน่นอนว่า เงี่ยงหล่อจะมีความแข็งแรงกว่า และยึดเกาะผิวได้ดีกว่า โดยเงี่ยงหล่อก็จะมีทั้งหมดสามประเภทเช่นกัน เป็นเงี่ยงแบบสามเหลี่ยม ทึบลักษณะคล้ายร่ม เงี่ยงแบบฟันฉลาม และเงี่ยงหล่อแบบรอบไหม

ผู้ทำสามารถเลือกได้ว่า ต้องการใช้เงี่ยงรูปแบบไหน หากต้องการความยืดหยุ่น เงี่ยงบากก็จะเป็นแบบที่เหมาะสม ส่วนเงี่ยงหล่อ จะทำหน้าที่ได้ดีมากในด้านของความคงทน และการยึดเกาะกับผิว

ไหมกรวย

เป็นไหมแบบเงี่ยง แต่เงี่ยงมีลักษณะเป็นกรวย 3 มิติ โดยตัวกรวยจะสามารถยึดเกาะกับผิวได้เป็นอย่างดี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดการบาดผิว ช่วยลดอาการอักเสบได้ อย่างไรก็ตามไหมแบบนี้ต้องการความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูง เพราะใช้เทคนิคเยอะ จึงต้องการแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

ไหมโครงตาข่าย (Net Thread)

ไหมโครงตาข่าย คือไหมร้อยไหมที่ออกแบบให้เส้นไหม เรียงตัวไขว้กันเป็นลักษณะตาข่ายใต้ผิว เน้นการ พยุงผิวทั้งชั้น และกระตุ้นคอลลาเจนในวงกว้าง เหมาะกับคนที่ต้องการ ผิวแน่น กระชับทั่วหน้า แบบดูเป็นธรรมชาติ

ไหมน้ำ หรือ กลอลี่ (Glory)

เป็น สารสกัดจาก Polycaprolactone ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ย่อยสลายได้ ไม่ตกค้างในพื้นผิว กระจายตัวได้ดี ไม่จำเป็นต้องทำหลายจุด

วิธีการทำของไหมน้ำจะแตกต่างจากวิธีอื่น โดยจะคล้าย ๆ กับฟิลเลอร์ เบื้องต้นจะเป็นการนำ PCL เข้าไปสู่ใต้ชั้นผิวหนัง หลังจากนั้นผิวจะเริ่มกระตุ้นการทำงานของไฟโบบลาส ซึ่งเป็นตัวสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ทำให้ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบตึงขึ้น วิธีนี้อาจเห็นผลช้าหน่อย ใช้เวลาประมาณ 3 – 6 เดือน ผลลัพธ์ที่ทำ ริ้วรอยต่าง ๆ จะได้รับการเติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ไม่เป็นลำ และจะกระจายทั่วใบหน้า แตกต่างจากการทำฟิลเลอร์ ซึ่งจะเน้นไปที่การเติมแต่งเฉพาะจุด

    ขั้นตอนการ ทำไหมน้ำ หรือ กลอลี่ (Glory)

  1. ทำความสะอาดใบหน้า และทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที
  2. หลังจากนั้นหมอจะทำการเช็ดยาชาออก และเติมไหมน้ำ หรือกลอรี่ ไปในบริเวณที่คนไข้ต้องการ จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที
  3. หลังจากการทำ แพทย์ผู้ทำการรักษาจะแจ้งวิธีการดูแล พร้อมแนวทางในการรักษาเพิ่มเติม

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ หลายท่านอาจสงสัยว่า แล้วไหมละลายแต่ละรูปแบบทำมาจากวัสดุอะไร วัสดุในการทำไหมแบ่งออกเป็น 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่

  1. PDO (Polydioxanone) – เป็นวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุด มีความยืดหยุ่นสูง และมีความแข็งแรง ทุกใช้อย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ เช่น ในการผ่าตัดเย็บเส้นเลือดหัวใจ
  2. PLLA (Polylactic acid) – เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง คงทนอยู่ได้นาน แต่มีปัญหาในเรื่องของความเปราะ สามารถแตกหักได้ง่าย ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น
  3. PCL (Polycaprolactone) – เป็นวัสดุสีใส เหนียว มีความยืดหยุ่นสูง สามารถขยับได้ ตามการขยับใบหน้า ทำให้ไม่แตกหัก หรือขาด สามารถคงอยู่ได้ยาวนาน และเป็นส่วนกระกอบหลักในไหมน้ำ

ร้อยไหม-Thread-lifting-ยกกระชับ

การร้อยไหมมีกระบวนการในการยกกระชับผิวหน้าอย่างไร ?

การร้อยไหมถือเป็นหนึ่งในวิธีการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดที่เห็นผลชัดเจนที่สุด การร้อยไหมจะมีจุดเด่น ในเรื่องของการช่วยลดริ้วรอย และผิวที่เหี่ยวย่น แตกต่างจากวิธีอื่น ๆ อย่าง HIFU และ ULTHERAPY ที่จะเป็นการกระตุ้นจากใต้ชั้นผิว ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่ไม่ได้มีริ้วรอยเยอะมาก มุ่งเน้นไปที่การยกกระชับผิว ดังนั้นหากท่านใดที่มีปัญหาริ้วรอย และความเหี่ยวย่นของผิว และต้องการเห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องการผ่าตัด การร้อยไหม ก็ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ

ขั้นตอนในการร้อยไหมเบื้องต้น

ขั้นตอนในการร้อยไหมเบื้องต้น เป็นหัตถการที่ค่อนข้างรวดเร็วและปลอดภัย หากทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้ครับ

1. ประเมินใบหน้าและวางแผนการรักษา

  • แพทย์ตรวจสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงหน้า

  • วิเคราะห์ปัญหา เช่น แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้มลึก

  • เลือก ชนิดไหม จำนวน และทิศทางการร้อย ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

2. ทำความสะอาดผิวและเตรียมผิวก่อนทำ

  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างละเอียด

  • ฆ่าเชื้อบริเวณที่จะร้อยไหม

  • ทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อลดความเจ็บระหว่างทำ

3. ร้อยไหมเข้าสู่ชั้นผิว

  • แพทย์ใส่ไหมผ่านเข็มหรือท่อขนาดเล็กเข้าใต้ผิว

  • วางไหมตามแนวที่ออกแบบไว้ เพื่อยกและพยุงผิว

  • ปรับตำแหน่งไหมให้สมดุลทั้งสองข้าง

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นกับจำนวนไหม)

 4. ปรับทรง ตัดปลายไหม และจัดรูปหน้า

  • แพทย์ดึงไหมให้ได้ระดับที่เหมาะสม

  • ตัดปลายไหมที่เหลือออก

  • จัดรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ

5. ทำความสะอาดและดูแลหลังทำ

  • เช็ดทำความสะอาดบริเวณแผล

  • แปะพลาสเตอร์เล็กน้อยในจุดเข็ม

  • แนะนำการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

การเตรียมตัวและข้อควรระวังในการร้อยไหม

เนื่องจากการร้อยไหมถือเป็นหัตถการรูปแบบหนึ่ง ผู้เข้ารับการรักษาจึงควรมีการเตรียมตัวตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  1. ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ และควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่ก่อนที่จะหยุดยานั้นๆ
  2. ควรงดวิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
  3. ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  4. ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  5. หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆ ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนร้อยไหม เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
  6. หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ
  7. ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio
  8. ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ

หากท่านเป็นผู้ที่มีโรคเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) และโรคไทรอยด์เป็นพิษ อาจต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนเข้ารับทำ และผู้ที่ร้อยไหมจะต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

หลังการทำอาจมีอาการบวมช้ำ และเลือดออกเล็กน้อย ควรทานยาและดูแลตนเองตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด การร้อยไหมถือเป็นหัตถการที่ต้องการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง ควรใช้บริการกับสถานบริการที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

การร้อยไหมแตกต่างจากเทคโนโลยีในการยกกระชับใบหน้าอื่นอย่างไร ?

การร้อยไหมถือเป็นหนึ่งในวิธีการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดที่เห็นผลชัดเจนที่สุด การร้อยไหมจะมีจุดเด่น ในเรื่องของการช่วยลดริ้วรอย และผิวที่เหี่ยวย่น แตกต่างจากวิธีอื่น ๆ อย่าง HIFU และ ULTHERAPY ที่จะเป็นการกระตุ้นจากใต้ชั้นผิว ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่ไม่ได้มีริ้วรอยเยอะมาก มุ่งเน้นไปที่การยกกระชับผิว

ดังนั้นหากท่านใดที่มีปัญหาริ้วรอย และความเหี่ยวย่นของผิว และต้องการเห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องการผ่าตัด การร้อยไหม ก็ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ

วิธีการเลือกสถานที่ให้บริการร้อยไหม

การเลือก สถานที่ให้บริการร้อยไหม เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อ ความปลอดภัย ผลลัพธ์ และความพึงพอใจ ในระยะยาว นี่คือแนวทางที่ช่วยให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจ 👇

แพทย์ต้องมี ใบอนุญาต/คุณวุฒิที่ชัดเจน

  • แพทย์ต้องเป็น แพทย์จริง ไม่ใช่พนักงานเสริมความงาม
  • มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  • มีประสบการณ์ด้านหัตถการร้อยไหมโดยเฉพาะ
  • ถามโดยตรงหรือดูรีวิว/ผลงานก่อน-หลังจากคลินิกได้

คลินิกมี รีวิวและผลลัพธ์จริง

  • ภาพก่อน–หลังจากคนไข้จริง
  • รีวิวจากผู้ใช้บริการที่มีความหลากหลาย
  • มีการแสดงผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • ถ้ามีรีวิวที่ ระบุชนิดไหม เทคนิคที่ใช้ และจำนวนไหม จะช่วยให้ประเมินผลได้ดีขึ้น

ใช้ไหมแท้ มีคุณภาพ

  • เลือกคลินิกที่ใช้ไหมจาก แบรนด์ที่มีมาตรฐาน
  • แพทย์สามารถอธิบายชนิดไหมและเหตุผลที่เลือกไหมชนิดนั้นให้คุณได้
  • หลีกเลี่ยงคลินิกที่ใช้ไหม ไม่ระบุแหล่งที่มา หรือราคาถูกเกินจริง

มีการประเมินและวางแผนก่อนทำ

  • มีการตรวจสภาพผิวหน้า
  • อธิบายถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างชัดเจน
  • แจ้งข้อควรระวังก่อนทำหัตถการ
  • ถ้าไม่มีการประเมินก่อนทำ ควรระวัง

สิ่งแวดล้อมและมาตรฐานความปลอดภัยของคลินิก

  • ห้องปลอดเชื้อ / อุปกรณ์สะอาด
  • มีการปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข
  • มีอุปกรณ์สำหรับดูแลกรณีฉุกเฉิน
  • การบริการดี เป็นระบบ ช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น

การดูแล หลังทำ ที่ชัดเจน

  • มีคำแนะนำการดูแลหลังทำละเอียด
  • มีช่องทางติดต่อกรณีมีอาการผิดปกติ
  • มีการนัดติดตามผล
  • คลินิกที่ดีมักมีระบบติดตามผลระยะยาว

ราคาและความโปร่งใส

  • ระบุราคาอย่างชัดเจน ก่อนทำ
  • ไม่มีการบวกค่าซ่อนเร้น
  • แพทย์อธิบายความคุ้มค่าของราคา
  • ราคาที่ ถูกเกินความเป็นจริง อาจแลกมาด้วยคุณภาพที่ต่ำ

ปรึกษาเรื่องการร้อยไหมกับทีมแพทย์ที่ ลีเอนจางคลินิก เพื่อเข้ารับการรักษาได้แล้ววันนี้ คลิกที่นี่

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี