บทความ

Article

HIFU-ไฮฟู-ไฮฟู่-ผิวหย่อน-ยกกระชับ
Facebook
X
Email

หัวข้อที่น่าสนใจ

HIFU-ไฮฟู-ไฮฟู่-ผิวหย่อน-ยกกระชับ

โปรแกรม HIFU ยกกระชับ ปรับรูปหน้า แบบไร้การผ่าตัด !

กำลังมองหาวิธี ยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดอยู่ไหม? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ “โปรแกรม HIFU” เทคโนโลยียกหน้าแบบอัลตราซาวด์ที่ช่วยเก็บกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย และทำให้หน้าดูเด็กขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากเห็นผลชัด แต่ไม่อยากเจ็บหรือพักฟื้นนาน

ถ้าอยากรู้ว่าโปรแกรม HIFU เหมาะกับคุณไหม ต้องทำกี่ไลน์ถึงจะเห็นผล ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน รวมถึงข้อควรรู้ก่อนทำ บทความนี้มีคำตอบครบ! แล้วคุณจะรู้ว่าการยกหน้าแบบไม่ผ่าตัดก็ดูดีได้ง่ายกว่าที่คิด

โปรแกรม HIFU (ไฮฟู หรือ ไฮฟู่) คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาผิวใดบ้าง ?

โปรแกรม HIFU ย่อมาจาก High Intensity Focused Ultrasound คือการใช้คลื่นเสียง Ultrasound ยิงไปยังใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ และผลิตคอลลาเจน แน่นอนว่าเมื่อมีการสร้างเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง และผิวหนังมีคอลลาเจน ก็จะทำให้ผิวหนังไม่หย่อนคล้อยและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่ผิวเหี่ยวย่นเท่านั้น แต่ยังใช้ในผู้ที่ต้องการให้กรอบผิวหน้าชัดเจนได้อีกด้วย โปรแกรม HIFU จึงเป็นเครื่องมือยกกระชับผิวที่แพร่หลายอย่างมากในปัจจุบัน

โปรแกรม HIFU ตอบโจทย์ใคร? เหมาะกับคนแบบไหนที่สุดโปรแกรม HIFU ตอบโจทย์ใคร? เหมาะกับคนแบบไหนที่สุด

โปรแกรม HIFU เป็นตัวช่วยยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยและอยากให้หน้าดูเด็กขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยกลุ่มที่เหมาะมากที่สุด ได้แก่

  1. คนที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย เช่น แก้มตก มุมปากตก กรอบหน้าเบลอ ผิวไม่ตึงเหมือนเดิม โปรแกรม HIFU ช่วยยกกระชับชั้น SMAS ให้หน้าเข้ารูปขึ้น
  2. คนที่มีเหนียงหรือคางสองชั้นเล็กน้อย–ปานกลาง พลังงานอัลตราซาวด์ช่วยลดไขมันบางส่วนและกระชับผิวบริเวณใต้คาง เหนียงดูตื้นลง กรอบหน้าชัดขึ้น
  3. คนที่อยากหน้าเรียวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ช่วยเก็บแก้มและยกส่วนล่างของใบหน้า ทำให้รูปหน้า V-shape ดูเด่นขึ้นโดยไม่ต้องฉีดสารใด ๆ
  4. คนที่กลัวเข็ม หรือไม่อยากผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่อยากยกหน้าแต่ไม่อยากพักฟื้น ไม่ต้องเจ็บจากการผ่าตัด ไม่ต้องฉีดสารเติมเต็ม
  5. คนอายุ 25 ปีขึ้นไป ช่วงอายุนี้คอลลาเจนเริ่มเสื่อม การทำโปรแกรม HIFU ช่วยชะลอความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวแน่นขึ้นก่อนเริ่มตกเยอะ
  6. คนที่ต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนก่อนออกงาน หลังทำจะรู้สึกกระชับขึ้นทันทีบางส่วน และเข้าที่ชัดใน 1–2 เดือน เหมาะมากสำหรับเตรียมหน้าออกงาน
  7. คนที่เคยทำโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมโบท็อกซ์แล้วอยากเสริมให้หน้าชัดขึ้น โปรแกรม HIFU ช่วยเก็บผิวชั้นล่างให้กระชับ ทำให้ผลของหัตถการอื่นดูเด่นและเข้ารูปมากขึ้น

โปรแกรม HIFU นิยมทำในจุดใดบ้าง ?

  • แก้ม – สำหรับผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม จะใช้ปริมาณ 200 – 300 Lines ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ในกรณีที่ร่องแก้มลึก อาจต้องมีการฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย
  • เหนียง – บริเวณเหนียง จะทำเพื่อให้รูปหน้ามีความชัดเจนมากขึ้น ในบริเวณนี้จะใช้ในปริมาณ 300 Lines เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน
  • ใต้ตา – ปัญหาผิวใต้ตาหย่อนคล้อย ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่อ่อนวัย ในการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยริ้วรอยรอบดวงตา จะใช้ประมาณ 100 Lines
  • ทั่วหน้า และคอ – ในกรณีที่ทำในบริเวณคอ ร่วมกับ ใบหน้า จะใช้โปรแกรม HIFU ค่อนข้างสูงขึ้นมาหน่อย อยู่ในปริมาณ 500-600 Lines (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

*ปริมาณที่ได้กำหนดด้านต้นเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น หากต้องการปริมาณที่แน่นอนควรมีการปรึกษาแพทย์ร่วมด้วยเพื่อให้มีการประเมินปัญหาผิวอย่างชัดเจน

ต้องทำกี่ไลน์ถึงจะเห็นผล? ต้องยิงเยอะไหมถึงจะปัง

จำนวน “ไลน์” คือสิ่งสำคัญที่กำหนดความชัดของผลลัพธ์  เพราะยิ่งยิงตรงจุดและครอบคลุมมากเท่าไร การยกกระชับจะยิ่งเห็นผลชัดเจนขึ้น โดยจำนวนไลน์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนี้

  • 300–400 ไลน์ เคสเบา ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนอายุ 25–30 ปี ที่เริ่มมีแก้มนิด ๆ กรอบหน้าเริ่มไม่คม ต้องการเก็บความหย่อนคล้อยเบื้องต้น
  • 500–700 ไลน์ เคสกลาง เหนียงเริ่มมา แก้มตกชัดขึ้น เป็นจำนวนยอดนิยมสำหรับคนส่วนใหญ่ ใช้ยกกระชับกรอบหน้า + ลดเหนียง ทำให้หน้าชัดและเรียวขึ้นแบบเห็นได้ชัด
  • 800–1,200 ไลน์ เคสหนัก ผิวหย่อนเยอะ หน้าตกชัด เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 35+ หรือมีแก้มและเหนียงค่อนข้างเยอะ ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนเทียบเคียงการดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัด

*ไม่จำเป็นต้อง “เยอะที่สุด” แต่ต้องพอดีกับปัญหาผิว ยิงเกินความเหมาะสมไม่ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ แต่ถ้ายิงไม่ครบไลน์ที่ควรทำ ผลอาจออกมาน้อยหรือไม่เห็นเลย

ผลลัพธ์ของโปรแกรม HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำบ่อยไหม?

หลังทำโปรแกรม HIFU จะเริ่มเห็นผิวกระชับขึ้นทันทีบางส่วน และผลจะค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1–2 เดือน เมื่อคอลลาเจนถูกกระตุ้นเต็มที่ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4–6 เดือน และในบางเคสที่ผิวมีคอลลาเจนพื้นฐานดี อาจอยู่ได้นานถึง 8–12 เดือน เลยทีเดียว สำหรับความถี่ในการทำ แนะนำให้ทำ ปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อคงความกระชับของผิวอยู่เสมอ แต่ถ้าผิวมีปัญหาหย่อนคล้อยมาก หรืออายุมากขึ้น อาจทำทุก 4–6 เดือน เพื่อให้กรอบหน้าและความกระชับชัดเจนอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ของโปรแกรม HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำบ่อยไหม?

การเตรียมตัวก่อน และหลังทำโปรแกรม HIFU

ก่อนทำโปรแกรม HIFU ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

  1. พักผิวจากเลเซอร์ร้อน 3–5 วัน เลเซอร์พลังงานความร้อน เช่น RF, YAG หรือเลเซอร์กระชับผิว ควรเว้นก่อนทำ เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองเกินไป
  2. หลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่ทำให้ผิวไวต่อความร้อน งด AHA, BHA, เรตินอยด์ 1–2 วันก่อนทำ เพื่อให้ผิวไม่ไวและลดโอกาสแสบขณะยิง
  3. ทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อย ไม่ต้องแต่งหน้า และงดการทาครีมกันแดดแบบเนื้อหนักก่อนเข้ารับบริการ
  4. แจ้งประวัติการรักษาให้แพทย์รู้ เช่น เคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อกซ์ เคยดึงหน้าไหม หรือมีโรคประจำตัว เพื่อวางตำแหน่งยิงได้แม่นยำ

หลังทำ HIFU ต้องดูแลอย่างไร?

  1. สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่ต้องพักฟื้น ไม่บวม ไม่ช้ำ สามารถแต่งหน้า–ล้างหน้าได้ตามปกติ
  2. หลีกเลี่ยงความร้อน 24–48 ชั่วโมง งดซาวน่า อบไอน้ำ หรือเอกซเรย์ความร้อน เพื่อให้พลังงานที่ยิงลงผิวคงตัวและฟื้นตัวได้ดี
  3. งดนวดหน้าแรงๆ หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดหน้าแรงภายใน 3–5 วัน เพราะอาจไปรบกวนชั้นผิวที่กำลังฟื้นตัว
  4. ใช้สกินแคร์เน้นเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวฟื้นตัวดีขึ้นและเสริมคอลลาเจน เช่น ครีมบำรุงเนื้อบางเบา เซรั่มเติมน้ำ
  5. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ช่วยรักษาผลลัพธ์และป้องกันการเสื่อมของคอลลาเจนเร็วเกินไป

ทำ HIFU ตัวไหนดีที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ?

ในปัจจุบันที่ Lienjang Clinic Thailand มี Ultraformer lll ไว้คอยให้บริการทุกท่าน โดยเครื่องรุ่นนี้จะมีจุดเด่นตรงที่ใช้พลังงาน Macrofocus และมีหัวยิงหลากหลายชนิด ตามระดับความลึกของผิวที่ต้องการ โดยระดับความลึกของผิวที่ยิงคลื่นเข้าไปก็จะช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกันเช่น

  • ความลึก 1.5 – 2.0 mm ก็จะช่วยแก้ไขริ้วรอย
  • ความลึก 3.00 mm จะช่วยลดไขมันใต้ชั้นผิว และเซลลูไลท์
  • ความลึก 4.5 mm ใช้กับผิวชั้นที่ปกติจะใช้ผ่าตัดดึงหน้าให้กระชับ
  • ความลึก 2.0 mm ใช้รักษาริ้วรอย ยกคิ้ว ยกหนังตาตึก

ทำ HIFU ด้วยโปรแกรม Ultraformer III เจ็บไหม ?

HIFU-ไฮฟู-ไฮฟู่-ผิวหย่อน-ยกกระชับ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในการทำ HIFU จริงๆ แล้ว ถ้าหากเป็นการทำที่ได้ผลจะมีอาการปวดตึงอยู่บ้าง โดยอาการดังกล่าวจะหายไปหลังจากการทำระยะหนึ่ง และสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อลดอาการดังกล่าวได้ ก่อนทำจะมีการทำยาชา เพื่อลดอาการเจ็บปวดลง แต่หากเทียบกับการผ่าตัดแล้ว ก็จะพักฟื้นน้อยกว่าอย่างแน่นอน

หน้ายก กรอบหน้าชัด ต้องมาทำ HIFU กับ Lienjang

โปรแกรม HIFU ที่ Lienjang Clinic Thailand (ลีเอนจางคลินิก) ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับและกรอบหน้าชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคนิคการยิงพลังงานที่แม่นยำโดยทีมประจำคลินิก ประเมินจำนวนไลน์และตำแหน่งยิงตามโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน ทำให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจน เข้ารูป และปลอดภัย ไม่เสี่ยงยิงโดนตำแหน่งผิดชั้นผิว

นอกจากนี้ Lienjang ยังใส่ใจผลลัพธ์แบบเป็นรายบุคคล เน้นรูปหน้าเรียวชัด ดูเด็กขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ พร้อมบริการดูแลหลังทำอย่างครบถ้วน ช่วยให้ผิวฟื้นตัวดีและผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ทำให้ HIFU ที่ Lienjang เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากยกหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดและเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นใจ ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโปรแกรม HIFU กับ Lienjang คลิกที่นี่

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี