บทความ

Article

Liftera ยกกระซับหน้า แก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย
Facebook
X
Email

หัวข้อที่น่าสนใจ

โปรแกรม Liftera ยกกระซับหน้า แก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย

เมื่อพูดถึงปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องนึกถึง ” Liftera ” คนส่วนมากมักจะคิดว่าหน้าหย่อนคล้อย เกิดจากการที่ผิวส่วนหนังกำพร้าเกิดการเสื่อมสภาพ จึงทำให้ไม่เต่งตึง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาผิวเหี่ยวย่นนั้นมีสาเหตุมาจากผิวหนังชั้น SMAS ผิวหนังชั้น SMAS (Musculo Aponeurotic System) เป็นชั้นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งอยู่ใต้ชั้นไขมัน โดยเมื่อผิวหนังชั้น SMAS สูญเสียคอลลาเจน และอิลาสติน จะทำให้ผิวหนังที่อยู่ชั้นบนกว่า เกิดการเหี่ยวย่นและเสื่อมสภาพ

ดังนั้น การผ่าตัดดึงผิวจึงมักทำในผิวหนังชั้น SMAS แต่ในปัจจุบันเนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงทำให้ สามารถกระตุ้นให้ผิวหนังชั้นลึกอย่าง SMAS สร้างคอลลาเจนได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าด้วยคลื่นเสียง Ultrasound ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ในบทความนี้ Lienjang จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ โปรแกรม Liftera ให้มากขึ้นกัน

โปรแกรม liftera คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

โปรแกรม liftera คือ เทคโนโลยีเครื่องส่งพลังงานเสียงยกกระชับผิวหน้า โดย Program Liftera จะทำการส่งคลื่น HIFU (High-intensity Focused Ultrasound) ไปยังผิวชั้น SMAS ซึ่งคือผิวชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ชั้นไขมัน ผิวชั้นนี้ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เพราะเมื่อผิวชั้นดังกล่าวเริ่มสูญเสียการสร้างคอลลาเจน จะทำให้ผิวชั้นบน ๆ มีความเหี่ยวย่นตามมา ดังนั้นการส่งคลื่นเสียงดังกล่าวไปยังผิวชั้นลึก จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน  ทำให้ผิวมีความกระชับและเต่งตึงยิ่งขึ้น

ด้วยเทคโนโลยี Thermal Diffusion Treatment (TDT) ทำให้พลังงานสามารถลงไปถึงผิวชั้นลึกได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งความยาวและอุณหภูมิของคลื่นยังมีความเสถียร ทำให้ขณะทำไม่เกิดการบาดเจ็บกับผิวมากเกินไป สำหรับการยกกระชับด้วยเครื่อง ลิฟเทอร่า จะสามารถเห็นผลได้ทันที และจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ โดยการทำแต่ละครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 2 – 6 เดือนขึ้นไปอยู่กับวิธีการใช้ชีวิตของแต่ละคน

ทำโปรแกรม Liftera เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นกี่วันหลังทำ

โดยทั่วไปจะรู้สึกเพียงตึง ๆ อุ่น ๆ หรือเจ็บเล็กน้อยในช่วงที่พลังงาน HIFU ลงลึกถึงชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับความไวของแต่ละคนและบริเวณที่ทำ เช่น ใต้คางหรือกรอบหน้าอาจรู้สึกมากกว่าแก้ม แต่ส่วนใหญ่สามารถทนได้ และมีการทายาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกระหว่างทำ หลังทำอาจมีอาการตึงผิวหรือแดงเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน โดยไม่ต้องพักฟื้น

โปรแกรม Liftera ช่วยยกกระชับส่วนไหนได้บ้าง?

โปรแกรม Liftera สามารถช่วยยกกระชับผิวได้หลายบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย เช่น กรอบหน้า แก้มหย่อน ใต้คางหรือเหนียง รวมถึงบริเวณร่องแก้ม รอบดวงตา และหน้าผาก เนื่องจากพลังงาน HIFU จะลงลึกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวดูตึงกระชับขึ้น รูปหน้าดูชัดขึ้น และผิวโดยรวมเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

ข้อดีของการทำโปรแกรมลิฟเทอร่า

ข้อดีของการทำลิฟเทอร่า

ข้อดีของการยกกระชับผิวด้วยเครื่องลิฟเทอร่า บอกได้คำเดียวว่าถูกใจใครหลายๆคนที่กังลังกังวลในเรื่องของผิวหน้า หน่อยคล้อย ไม่กระซับอย่างแน่นอน ข้อดีมีดังนี้

  • ช่วยทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง และแข็งแรงมากขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  • ช่วยลดริ้วรอย และการเหี่ยวย่นของใบหน้า
  • ช่วยลดกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง และดูอ่อนกว่าวัย
  • เห็นผลการเปลี่ยนแปลงหลังทำทันที หลังทำแล้วสามารถใช้ชีวิตตามปกติ
  • ไม่มีแผล ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้นเพราะไม่ต้องผ่าตัด  เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวการผ่าตัด
  • ที่สำคัญไม่รู้สึกเจ็บขณะที่ทำ จึงไม่ต้องทายาชา เป็นจุดเด่นของการทำ Liftera
  • ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น
  • มีความปลอดภัยสูง ได้มาตฐาน ผ่านการรับรองทั้ง KFDA และ THAIFD

ขั้นตอนในการยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม liftera hifu

โดยทั่วไปแล้วในการยกกระชับผิวหน้าด้วย liftera hifu จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาเกี่ยวกับแนวทางในการทำ
  2. เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้า และทาเจลเย็นเพื่อสร้างความหล่อลื่นในบริเวณที่ต้องการยกกระชับ
  3. แพทย์จะใช้เครื่องลิฟเทอร่า ยิงไปในบริเวณที่ต้องการยกกระชับ โดยบริเวณที่มีการยิงคลื่นลงไปอาจมีอาการเจ็บเล็กน้อย
  4. หลังทำจะมีการทำความสะอาดหน้าอีกครั้ง ผู้เข้ารับการรักษาสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องมีการพักฟื้น

โปรแกรม Liftera มีหัวทั้งหมดกี่ประเภท ? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ?

โปรแกรม Liftera มาพร้อมกับหัว 2 รูปแบบ ซึ่งก็คือ Pen Applicator : Single Shot และ หัวแบบ Line Cartridge : Lift & Lock ซึ่งแต่ละหัวก็ทำหน้าที่ที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

Liftera มีหัวทั้งหมดกี่ประเภท ? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ?

Pen Applicator : Single Shot

จุดเด่นของหัวรูปแบบนี้คือมีความเรียวเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้การยิงคลื่นเสียงด้วยหัวแบบนี้แม่นยำเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับการยกกระชับบริเวณรอบดวงตา หางตา หนังตาด้านบน ยกคิ้ว ร่องแก้ม ร่องปาก โดยหัวแบบ Pen Applicator ก็จะมาพร้อมกับ 3 ระดับความลึก ได้แก่

  • 1.5 mm – หัวความลึกนี้ถูกออกแบบมาให้ลงลึกถึงชั้นหนังกำพร้า ใช้สำหรับกระตุ้นให้ผิวกระจ่างใส
  • 3.0 mm – หัวความลึกนี้จะถูกยิงไปยังชั้นไขมัน ใช้สำหรับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • 4.5 mm – หัวนี้จะลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่่งคือผิวหนังกล้ามเนื้อส่วนบน ช่วยในการยกกระชับผิว และยกกรอบหน้าให้ชัดเจน

Line Cartridge : Lift & Lock

หัวแบบนี้ใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับแบบ Pen Applicator โดยจะเหมาะกับการยิงบริเวณกว้าง เช่น โหนกแก้ม กรอบหน้า และเหนียง ช่วยในเรื่องของการสลายไขมัน ยกกระชับผิว ทำให้หน้าเรียว กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น

โปรแกรม Liftera เหมาะกับใครบ้าง ?

การยกกระชับใบหน้า ด้วยโปรแกรม Liftera เหมาะกับคนที่กำลังมีปัญหาผิวดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่ผิวเริ่มเหี่ยวย่น ต้องการให้ผิวเต่งตึงขึ้น แต่ไม่ต้องการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับผิวหน้า อยากให้กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันผิวหน้าจากการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร
  • ผู้ที่มีปัญหาไขมัน บริเวณแก้ม หรือเหนียง ต้องการให้หน้าดูกระชับยิ่งขึ้น

Liftera เหมาะกับใครบ้าง ?

อายุเท่าไหร่ควรเริ่มทำโปรแกรม Liftera? ป้องกันผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย

โดยทั่วไปสามารถเริ่มทำโปรแกรม Liftera ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25–30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่การสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลงและผิวอาจเริ่มมีสัญญาณหย่อนคล้อยเล็กน้อย การทำในวัยนี้ถือเป็นการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Aging) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและชะลอการหย่อนคล้อยก่อนวัย

สำหรับผู้ที่อายุ 30–40 ปีขึ้นไป โปรแกรม Liftera จะช่วยยกกระชับและปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทุกครั้งเพื่อเลือกพลังงานและจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล

การดูแลก่อนและหลังยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรม Liftera

ก่อนเข้ารับการยกกระชับผิวหน้าด้วย Liftera ควรมีการเตรียมตัวตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  • สำหรับผู้ที่เคยทำหัตถการอื่น ๆ เช่น โบทอกซ์ หรือฟิลเลอร์ ควรแจ้งแพทย์อย่างชัดเจน ก่อนเข้ารับการรักษา 1 อาทิตย์
  • ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน เช่น การอาบแดดเป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการรักษา
  • ควรงดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
  • ควรดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูได้มากที่สุด
  • หลังจากการทำช่วงแรก ควรงดการสัมผัส หรือถูบริเวณใบหน้าแรง ๆ
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ไปสักระยะหลังทำ เพราะจะเป็นการไปรบกวนกระบวนการการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • สามารถทำครีมบำรุงได้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า
  • ในกรณีที่ต้องการทำหัตถการอื่น ๆ ควรเว้นระยะประมาณ 6 – 8 สัปดาห์
  • หลังทำหากรู้สึกปวดมาก สามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้

ยกกระชับด้วยโปรแกรม Liftera ที่ Lienjang

การยกกระชับด้วยโปรแกรม Liftera ที่ Lienjang มีความโดดเด่นตรงที่ทีมแพทย์จะประเมินสภาพผิวและโครงหน้าของแต่ละคนก่อนทำจริง ทำให้สามารถปรับพลังงานและตำแหน่งการยิงได้เหมาะสมมากขึ้น ช่วยลดโอกาสการระคายหรือความรู้สึกไม่สบายขณะทำ และยังมีการแนะนำการดูแลหลังทำเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาชัดและอยู่ได้นานขึ้น โดยไม่เน้นการโฆษณาเกินจริง แต่ให้ผลลัพธ์ตามข้อจำกัดของเทคโนโลยีและสภาพผิวของผู้รับบริการ

หากสนใจโปรแกรม Liftera ที่  Lienjang Clinic สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : @Lienjangthailand

สรุป

โปรแกรม Liftera ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการยกกระชับผิวหน้าที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างมาก และเป็นการแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดอีกด้วย แต่ในการทำควรศึกษาให้ดี และควรทำกับแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์ และเครื่องที่ใช้ต้องเป็นของแท้ที่ได้มาตรฐาน หากใครที่ยังมองหาคลินิกในการยกกระซับผิวอยู่นั้น ไม่ต้องมองหาที่ไหนแล้ว Lienjang ของเรายินดีให้บริการค่ะ

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี