ถ้าคุณมีอาการปวดตึงบริเวณบ่า ไหล่ยก แข็งเกร็งจากการทำงานหน้าคอมนาน ๆ หรือรู้สึกว่าไหล่ดูหนา ไม่ค่อยมั่นใจเวลาใส่เสื้อเปิดไหล่ ลองมาอ่านบทความนี้ ที่คุณพลอยจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงในการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ไหล่ที่ลีเอนจางคลินิก
บทความนี้ไม่ได้จะมาการันตีผลลัพธ์เกินจริง แต่จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับใคร? ควรคาดหวังผลลัพธ์แบบไหน? และมีข้อควรพิจารณาอะไรบ้าง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด
ทำไมคุณพลอยตัดสินใจเลือกฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ไหล่
“สวัสดีค่ะทุกคน ชื่อพลอยนะคะ ช่วงนี้พลอยทำงานหนัก นั่งหน้าคอมนานจนเริ่มมีอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” เล่นงานค่ะ ปวดไหล่ลามไปถึงท้ายทอย แถมพอส่องกระจกทีไร เห็นกล้ามเนื้อบ่าตัวเองที่มันปูดขึ้นมา ทำให้บ่าดูหนา ดูไหล่ห่อ ใส่เสื้อผ้าโชว์ไหล่แล้วไม่ค่อยมั่นใจ เสียบุคลิกมากค่ะ เลยตัดสินใจลองหาข้อมูลการฉีดโบท็อกซ์ไหล่ จนมาจบที่ ลีเอนจางคลินิก ค่ะ
เอาจริงๆ ตอนแรกพลอยก็หาข้อมูลเยอะมากค่ะ คลินิกสมัยนี้มีให้เลือกเต็มไปหมด แต่ที่ตัดสินใจวอล์คอินเข้ามาที่นี่ เพราะพลอยรู้จักลีเอนจางมานานแล้วค่ะ เพราะเคยเห็นรีวิวจากสาขาใหญ่ที่คังนัม ประเทศเกาหลี ทำให้พลอยค่อนข้างมั่นใจในเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยค่ะ”
จากการประเมินของคุณหมอ
“พลอยได้ปรึกษากับคุณหมอปอนด์ คุณหมอได้ตรวจดูมัดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและไหล่ แล้วประเมินว่าควรฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ และยังประเมินตามจริงว่าควรใช้กี่ Unit ถึงจะพอดี ไม่ใช่แค่ฉีดให้จบๆ ไป แต่เน้นผลลัพธ์ที่ช่วยลดอาการปวดและทรงไหล่ดูสวยขึ้นด้วย
ตอนแรกก็แอบกลัวนะว่าฉีดแล้วจะแขนไม่มีแรงหรือเปล่า? แต่พอได้คุยกับคุณหมอถึงรู้ว่ามันช่วยทั้งเรื่องความงามและแก้ปวดได้พร้อมกัน พลอยเลยรู้สึกมั่นใจมากขึ้นค่ะ”
ระหว่างฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ไหล่รู้สึกอย่างไรบ้าง?
“ตอนแรกพลอยก็แอบกังวลค่ะ แต่ที่ลีเอนจางคลินิก พี่พนักงานดูแลดีมาก เขาจะมีการ ประคบเย็น ให้จนบ่าเราเริ่มรู้สึกชาๆ จนแทบไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิห้องเลย ช่วยลดความตื่นเต้นไปได้เยอะค่ะ
พอคุณหมอเริ่มลงเข็ม ความรู้สึกแรกคือ เจ็บจี๊ดๆ เหมือนมดกัดค่ะ ไม่ได้เจ็บปวดรุนแรงอย่างที่จินตนาการไว้ เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก คุณหมอมือเบาและคอยบอกตลอดว่า “ลงเข็มนะครับ” “อีกนิดเดียวนะครับ” ทำให้เราเตรียมใจทัน
จุดที่ต่างจากการฉีดหน้าคือ ความรู้สึกหน่วงๆ ค่ะ พอตัวยาเริ่มเข้าไปในกล้ามเนื้อบ่า มันจะรู้สึกตึงๆ ตื้อๆ เหมือนมีคนเอาหัวแม่มือกดลงไปลึกๆ ในจุดที่เราปวดเมื่อยพอดี เป็นความเจ็บแบบทนได้ค่ะ เหมือนเวลาเราไปนวดแผนไทยแล้วเขากดโดนจุดค่ะ
เชื่อมั้ยคะว่าพลอยนั่งเกร็งอยู่แปปเดียว คุณหมอก็ฉีดเสร็จทั้งสองข้างแล้ว หลังฉีดทันทีจะรู้สึกแค่ เมื่อยๆ ล้าๆ เหมือนเพิ่งไปยกของหนักมานิดหน่อย แต่ไม่มีอาการระบมจนทำอะไรไม่ได้ พลอยสามารถลุกขึ้นสะพายกระเป๋าเดินช้อปปิ้งต่อได้สบายเลยค่ะ”
อัปเดตผลลัพธ์หลังทำของคุณพลอย
“ หลังจากที่พลอยไปฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ไหล่ที่ลีเอนจาง มาครบ 1 เดือนเต็ม วันนี้เลยอยากมาแชร์ผลลัพธ์แบบเรียลๆ ให้ฟังกันค่ะ ว่าตกลงมันคุ้มไหม? แล้วเปลี่ยนไปแค่ไหน?
ช่วงสัปดาห์แรก พลอยยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงภายนอกเท่าไรค่ะ แต่สิ่งที่รู้สึกได้ชัดคือ ความเบาค่ะ ปกติเวลานั่งทำงานหน้าคอมนานๆ บ่าจะแข็งเกร็งจนปวดขึ้น แต่หลังฉีดไปสักพัก รู้สึกว่ากล้ามเนื้อบ่ามันคลายตัวลง ไม่ค่อยยกไหล่ขึ้นมาเกร็งเท่าเมื่อก่อน
ช่วง 2-4 สัปดาห์ จะเริ่มสังเกตเห็นในกระจก! กล้ามเนื้อบ่าปูดๆ ที่เคยทำให้ดูไหล่หนา มันค่อยๆ ยุบตัวลง ทรงไหล่แลดูสวยขึ้น ลำคอแลดูยาวขึ้น เวลาใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือปาดไหล่ พลอยรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก เพราะไหล่ดูเรียวมากขึ้นค่ะ”
คุณพลอยอยากฝากอะไรถึงคนที่สนใจอยากฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ไหล่
“สำหรับใครที่กำลังลังเลใจ หรือกำลังอ่านรีวิวโบท็อกซ์ไหล่ของพลอยอยู่ พลอยอยากฝากข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ตรงที่ลีเอนจางคลินิก ไว้เป็นตัวช่วยตัดสินใจนะคะ
หลายคนชอบรอให้ปวดคอ ปวดบ่า ตึงรั้งจนนอนไม่ได้ก่อนถึงค่อยมาหาหมอ พลอยบอกเลยว่าการฉีดโบท็อกซ์ไหล่มันคือการช่วยคลาย ไม่ใช่ยารักษาวิเศษที่ฉีดปุ๊บหายปั๊บ ถ้าเราเริ่มดูแลตั้งแต่อาการยังไม่หนัก ผลลัพธ์ที่ได้จะชัดเจนและสบายตัวกว่าค่ะ
สำหรับพลอย การฉีดโบท็อกซ์ไหล่ที่ลีเอนจาง ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยอย่างเดียว แต่มันคือการลงทุนกับสุขภาพ และความสบายตัวค่ะ ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้เปลี่ยนเราเป็นคนใหม่ในข้ามคืน แต่มันค่อยๆ ดีขึ้น บุคลิกภาพที่ดูดีขึ้น แค่นี้พลอยก็นับว่าคุ้มมากแล้วค่ะ
ใครสนใจลองเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ Lienjang ดูก่อนได้ค่ะ คุณหมอให้คำแนะนำตรงไปตรงมา ไม่กดดันเลย พลอยแฮปปี้มากค่ะ!”
อ่านบทความที่น่าสนใจ : จบปัญหาไหล่กว้าง ไหล่ปูด ด้วยโปรแกรมราชินีไหล่เหลี่ยม




