บทความ

Article

Q&A โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera) รวมทุกข้อสงสัยที่คนอยากรู้
Facebook
X
Email

Q&A โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera) รวมทุกข้อสงสัยที่คนอยากรู้

หัวข้อที่น่าสนใจ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมโปรแกรม Liftera (ลิฟเทร่า) ถึงเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มคนที่สนใจการยกกระชับผิว? หลายคนอาจยังมีคำถามอยู่ในใจ ทั้งเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ หรือแม้แต่จำนวนช็อตที่เหมาะสมกับแต่ละคน

บทความ Q&A นี้ได้รวบรวมประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโปรแกรม Liftera มาอธิบายแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย ระดับความเจ็บขณะทำ ไปจนถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์หลังทำ เหมาะสำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาทางเลือกในการยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีเวลาในการพักฟื้นนาน

Q : โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) คืออะไร?    

A : โปรแกรมลิฟเทร่า คือนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิว และเป็นเครื่องยกกระชับผิว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) คืออะไร?

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ : โปรแกรม Liftera ยกกระชับหน้า แก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย

Q : โปรแกรมลิฟเทร่า อันตรายไหม? ปลอดภัยหรือไม่?    

A : โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) มีความปลอดภัยสูงและได้รับการรับรองมาตรฐานจากทั้ง อย. ไทย (Thai FDA) และ KFDA ของประเทศเกาหลี เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงลงไปใต้ผิวโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องแผลเป็นหรือการติดเชื้อเหมือนการผ่าตัด 

ทั้งนี้ผลลัพธ์และความปลอดภัยที่สูงสุดขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องแท้และการปรับค่าพลังงานที่เหมาะสมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการระบมหรืออาการเบิร์นที่อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ใช้พลังงานสูงเกินไปสำหรับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Q : โปรแกรม Liftera vs Hifu เครื่องอื่น ๆ แตกต่างกันอย่างไร?    

A : โปรแกรม Liftera (ลิฟเทร่า) มีความโดดเด่นจากเครื่อง hifu อื่น ๆ ที่เทคโนโลยี TDT (Thermal Diffusion Treatment) ซึ่งปล่อยพลังงานแบบกระจายความร้อนสม่ำเสมอ และมีหัวแบบ Pen ที่สามารถเข้าถึงโค้งเว้าของใบหน้าได้ดีกว่าหัวแบบ Line ทั่วไป ทำให้เก็บรายละเอียดได้ละเอียดกว่าและเจ็บน้อยกว่ามาก

Q : หัว Pen กับ หัว Line ต่างกันอย่างไร?    

A : ความแตกต่างหลักของหัว Line และหัว Pen คือ รูปทรงของหัวเครื่อง และ ลักษณะการปล่อยพลังงาน เพื่อตอบโจทย์การยกกระชับในพื้นที่ที่ต่างกัน

  • หัว Line (แบบแผ่น): เหมาะสำหรับการยกกระชับหน้าพื้นที่กว้างๆ เช่น แก้ม หรือเหนียง
  • หัว Pen (แบบหัวปากกา): เป็นจุดเด่นของโปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) ใช้เก็บรายละเอียดในจุดที่เข้าถึงยาก เช่น รอบดวงตา ร่องแก้ม มุมปาก และโหนกคิ้ว

หัว Pen กับ หัว Line ต่างกันอย่างไร?

Q : ทำโปรแกรมลิฟเทร่า เจ็บไหม? ต้องแปะยาชาหรือเปล่า?

A : โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) ขึ้นชื่อเรื่องความเจ็บน้อย เมื่อเทียบกับเครื่องยกกระชับผิวกลุ่มเดียวกัน ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ ใต้ผิวเพียงเล็กน้อยในบางจุด สำหรับคนทั่วไปจะมีการแปะยาชาเพื่อบรรเทาความรู้สึก ความสบายใจ แต่บางคนสามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องใช้ยาชา

Q : ใครบ้างที่เหมาะกับการทำโปรแกรมนี้?    

A : โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะกลุ่มคนต่อไปนี้

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียง: คนที่เริ่มเห็นกรอบหน้าไม่ชัดเจน หรือมีเนื้อส่วนเกินใต้คางแต่ยังไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องแก้มและร่องมุมปาก: พลังงานจะช่วยยกกระชับแก้มที่ตกลงมาทับร่องปากให้ดูตื้นขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกหรือคิ้วตก: ด้วยหัว Liftera Pen ที่เล็กและโค้งมน จึงเหมาะมากกับคนที่ต้องการยกคิ้วหรือเปิดหางตาให้ดูสดใสขึ้น
  • ผู้ที่กลัวเข็มหรือกลัวความเจ็บ: เหมาะกับคนที่อยากหน้าเรียวแต่ไม่อยากฉีดสารเติมเต็ม หรือคนที่เคยทำเครื่องยกกระชับแล้วรู้สึกเจ็บเกินไป
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น: คนที่ต้องออกงานหรือใช้หน้าตาในการทำงานทันที เพราะหลังทำหน้าไม่บวมและไม่มีแผล

Q : ทำโปรแกรมลิฟเทร่า เห็นผลเมื่อไหร่?     

A : อาจยังไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำโปรแกรมลิฟเทร่าเสร็จ เพราะอาจมีอาการบวมเพียงเล็กน้อย เนื่องจากพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก ในช่วง 1-3 วันแรก และจะค่อย ๆ หายเองใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดหลังจากทำไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน เมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเต็มที่

ทำโปรแกรมลิฟเทร่า เห็นผลเมื่อไหร่?

Q : ต้องทำโปรแกรม Liftera กี่ช็อต ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

A : จำนวนช็อตที่เหมาะสมในการทำโปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนจะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหากต้องการยกกระชับเฉพาะจุด เช่น รอบดวงตาหรือเหนียง มักเริ่มที่ 500 – 1,000 ช็อต แต่ถ้าต้องการยกกระชับทั่วใบหน้าและกรอบหน้าให้ดูมีมิติ แพทย์มักแนะนำที่ 3,000 – 5,000 ช็อต ขึ้นไป 

เพื่อให้พลังงานครอบคลุมพื้นที่ผิวและลงลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้การใช้จำนวน Shot ที่เพียงพอภายใต้การประเมินของแพทย์จะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงอยู่ได้นานขึ้น โดยไม่ทำให้ผิวระบมจนเกินไป

Q : ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?    

A : โดยทั่วไปผลลัพธ์การทำโปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงสภาพความกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง

Q : หลังทำโปรแกรมลิฟเทร่า มีผลข้างเคียงไหม?

Body – A : อาจมีอาการผิวแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกบวมระบมใต้ผิวหนังในบางจุด ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 1-2 วัน สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังทำ หากมีอาการปวดรุนแรง บวมผิดปกติ หรือผิวไหม้พอง (ซึ่งเกิดได้น้อยมากหากทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ) ควรติดต่อคลินิกทันที

หลังทำโปรแกรมลิฟเทร่า มีผลข้างเคียงไหม?

 

Q : หลังทำโปรแกรมลิฟเทร่า ต้องพักฟื้นไหม?     

A : ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือออกไปเที่ยวต่อได้ทันที และสามารถแต่งหน้าได้ภายใน 1-2 ชม. เพราะไม่ใช่การผ่าตัดและไม่มีการใช้เข็ม จึงนิยมเรียกโปรแกรมนี้ว่า “Lunchtime Treatment” 

Q : การดูแลตัวเองหลังทำมีอะไรบ้าง?    

A : หลังทำโปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น แต่เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด เช่น

  • ควรเน้นการดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว 
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเผชิญความร้อนจัด ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี 
  • เลือกใช้สกินแคร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นควบคู่ไปด้วย

Q : เคยฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์และโปรแกรมฟิลเลอร์ สามารถทำได้ไหม?    

A : สามารถทำได้ แต่แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ เพื่อให้ตัวยาและฟิลเลอร์เซ็ตตัวเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดีก่อน 

เนื่องจากความร้อนจากพลังงานคลื่นเสียง อาจส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อกซ์หรือทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้นหากทำเร็วเกินไป ทั้งนี้หากทำโปรแกรมลิฟเทร่า ก่อนการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์หรือโปรแกรมฟิลเลอร์จะสามารถทำได้ทันทีโดยไม่มีข้อห้าม

Q : ทำแล้วหน้าจะเรียวขึ้นจริงไหม?    

A : ผลลัพธ์เรื่องหน้าเรียว ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยตัวเครื่องจะช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นจากการยกกระชับผิวชั้นลึก (SMAS) ที่หน้าหย่อนคล้อยห้ตึงขึ้น และความร้อนอาจช่วยให้เซลล์ไขมันบริเวณแก้มหรือเหนียงลดปริมาณลงได้บ้างในระดับหนึ่ง จึงทำให้ภาพรวมใบหน้าดูเล็กลงหรือดูคมขึ้น 

แต่ทั้งนี้หากปัญหาหน้าไม่เรียวเกิดจากโครงสร้างกระดูกหรือกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ ผลลัพธ์จากการทำเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ชัดเจนเท่ากับการทำร่วมกับหัตถการอื่น 

ทำแล้วหน้าจะเรียวขึ้นจริงไหม?

Q : อายุเท่าไรถึงเริ่มทำโปรแกรม Liftera ได้?    

A : โปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20-25 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย โดยในกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงานมักทำเพื่อเน้นการปรับรูปหน้าให้ดู V-Shape และลดไขมันแก้มหรือเหนียงให้กรอบหน้าชัดขึ้น 

ส่วนในกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไปจะเน้นการยกกระชับเพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มและกระตุ้นคอลลาเจนที่เริ่มเสื่อมสภาพตามวัย ซึ่งการเริ่มทำตั้งแต่อายุยังน้อยในขณะที่ผิวยังซ่อมแซมตัวเองได้ดี จะช่วยชะลอความหย่อนคล้อยในอนาคตและรักษาความอ่อนเยาว์ของผิวได้ยาวนานกว่าการรอให้มีปัญหามากแล้วค่อยเริ่มทำ

สรุป

โดยสรุปแล้วโปรแกรมลิฟเทร่า (Liftera Hifu) ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บหรือการพักฟื้นที่ยาวนาน ด้วยเทคโนโลยี TDT และหัว Pen ที่ทันสมัย ทำให้การดูแลผิวเข้าถึงได้ลึกถึงชั้น SMAS อย่างอ่อนโยนและเห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ 

สำหรับใครที่กำลังมองหาประสบการณ์การยกกระชับผิวที่ได้มาตรฐานและให้ผลลัพธ์ที่ดี ลีเอนจางคลินิก (Leenjang Clinic Thailand) พร้อมดูแลคุณด้วยบริการที่ใส่ใจ ใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน พร้อมการประเมินจำนวน Shot และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่คุ้มค่าและปลอดภัย

หากสนใจโปรแกรมยกกระชับผิวที่ ลีเอนจางคลินิก สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : @Lienjangthailand หรือเข้ามาให้คุณหมอประเมินผิวด้วยตัวเองได้ที่ ลีเอนจางคลินิก ทุกสาขา

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี