บทความ

Article

Skin Rejuvenation Laser เสกหน้าใส กระตุ้นคลอลาเจน
Facebook
X
Email

หัวข้อที่น่าสนใจ

Skin Rejuvenation Laser เสกหน้าใส กระตุ้นคลอลาเจน

หากใครที่กำลังมองหาวิธีการรักษาผิวหน้า ที่ทำครั้งเดียวและสามารถไข้ปัญหาได้อย่างครอบคลุม “Skin Rejuvenation Laser” คือคำตอบ

โปรแกรม Skin Rejuvenation Laser คือเลเซอร์ที่ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่หลักอย่างการแก้ไขปัญหารอยสิว ฝ้า และกระ ได้ดี แต่ยังสามารถ ช่วยกำจัดขน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ได้อีกด้วย

แม้จะฟังดูเว่อร์วัง แต่บอกเลยว่าเลเซอร์ Long Pulsed ND Yag ตัวนี้สามารถทำได้จริงอย่างคำเคลม ในบทความนี้ Lienjang จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Skin Rejuvenation Laser กันให้มากขึ้น พร้อมวิธีการทำงานของมัน และขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ

ที่ Lienjang ท่านจะได้รับบริการ จากเครื่องที่มีมาตรฐาน และแพทย์ที่ผ่านการอบรมถูกต้องตามกฎหมาย ปรึกษาเกี่ยวกับการทำ Skin Rejuvenation Laser คลิกที่นี่

Skin Rejuvenation Laser คืออะไร ? ช่วยแก้ไขปัญหาผิวใดได้บ้าง ?

Skin Rejuvenation Laser คืออะไร ? ช่วยแก้ไขปัญหาผิวใดได้บ้าง ?

Skin Rejuvenation Laser คือการแก้ไขปัญหาผิว โดยการยิงแสงเลเซอร์ไปที่บริเวณใบหน้า โดยเลเซอร์ที่ใช้จะเป็น ND Yag Laser ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ที่ 1,064 นาโนเมตร ระหว่างยิงจะมีฟิลเตอร์กรองแสง กรองคลื่นความยาวที่ไม่ต้องการออกไป โดยแสงที่เข้าไปในผิวหนัง จะสามารถถูกดูดซับด้วย ฮีโมโกลบิน (เม็ดเลือดแดง) ทำให้สามารถรักษา ความผิดปกติของเส้นเลือดอย่างเส้นเลือดขอดได้

เม็ดสีเมลานิน ถือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถดูดซับเลเซอร์ได้ดีเช่นกัน บริเวณที่เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำ รอยแดงจากสิว ถือเป็นบริเวณที่มีเม็ดสีเมลานินมากผิดปกติ จึงทำดูดซับเลเซอร์ได้ดี และความร้อนของเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีในบริเวณดังกล่าว และทำให้บริเวณที่สีผิวเข้มผิดปกติ จางลง ดูกระจ่างใสขึ้นในที่สุด

ขนขึ้นใหม่เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีเม็ดสีเมลานินมาก ดังนั้นจึงสามารถดูดซับเลเซอร์ได้ดี เลเซอร์ที่ยิงเข้าไปในบริเวณที่มีขน จะทำให้จนที่เกิดใหม่ขึ้นมามีขนาดเส้นเล็กลง หากทำอย่างต่อหนึ่ง จะช่วยให้หยุดการเกิดใหม่ของเส้นขนได้ โดยระยะเวลาในการทำให้ขนไม่ขึ้น อาจขึ้นอยู่กับขนดั้งเดิมของแต่ละคนก่อนเข้ารับการรักษา

และด้วยความยาวคลื่นที่สูงถึง 1,064 นาโนเมตร ทำให้ Skin Rejuvenation Laser สามารถไปได้ถึงใต้ชั้นผิว ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี เมื่อมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ผิวก็จะดูสดใส แข็งแรงมากขึ้น ผิวมีความยืดหยุ่น ริ้วรอยลดลง หลุมสิวตื้่นขึ้น

โดยรวมแล้ว Skin Rejuvenation Laser ถือเป็นการรักษาที่คุ้มค่า และมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย จึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก ในหมู่ผู้ที่ต้องการรักษาผิวด้วยเลเซอร์

ลักการทำงานของSkin Rejuvenation Laser

หลักการทำงานของ Skin Rejuvenation Laser เปรียบเสมือนการ “ส่งสัญญาณ” ให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเองในระดับลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีกลไกหลักอยู่ 3 ส่วน

1. การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis)

เลเซอร์จะส่งพลังงานความร้อนลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อสร้างความเสียหายจำลองที่ควบคุมได้

ผลลัพธ์: ร่างกายจะเข้าใจว่าผิวได้รับบาดเจ็บ จึงรีบส่งสารอาหารและโปรตีนมาผลิต คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ใหม่

สิ่งที่ได้: ผิวจะเริ่มหนาตัวขึ้น ยืดหยุ่น และริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลงภายใน 2-4 สัปดาห์หลังทำ

2. การกำจัดเม็ดสีที่ผิดปกติ (Selective Photothermolysis)

พลังงานเลเซอร์มีความจำเพาะเจาะจงต่อเม็ดสี (Melanin) หรือ รอยแดง (Hemoglobin)

ผลลัพธ์: เมื่อแสงเลเซอร์กระทบกับจุดด่างดำหรือเส้นเลือดฝอย พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อสลายเม็ดสีเหล่านั้นให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ

สิ่งที่ได้: รอยดำจากสิว ฝ้า กระ และรอยแดงจะค่อยๆ จางลง สีผิวดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น

3. การผลัดเซลล์ผิวชั้นบน (Resurfacing)

สำหรับเลเซอร์บางชนิด (เช่น CO2 หรือ Erbium) จะทำงานที่ผิวชั้นนอก (Epidermis) ด้วย

ผลลัพธ์: พลังงานจะขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ หมองคล้ำ หรือหยาบกร้านให้หลุดออกไป

สิ่งที่ได้: ผิวหน้าจะดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับขึ้น และช่วยปรับสมดุลการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ

Skin Rejuvenation Laser ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

การทำ Skin Rejuvenation Laser จริงๆ แล้วไม่ได้จำกัดอยู่แค่ใบหน้าเท่านั้นครับ แต่สามารถทำได้เกือบทุกส่วนของร่างกายที่มีปัญหาผิวพรรณหรือต้องการการฟื้นฟู โดยตำแหน่งที่นิยมและให้ผลลัพธ์ชัดเจนมีดังนี้ครับ:

  1. บริเวณใบหน้า (Face)  เป็นจุดที่คนทำมากที่สุดเพื่อแก้ปัญหาผิวโดยรวม เช่น ทั่วใบหน้า รอบดวงตา รอบริมฝีปาก
  2. ลำคอและเนินอก (Neck & Décolletage) บริเวณนี้ผิวมักจะบางและสูญเสียคอลลาเจนได้ง่ายพอๆ กับใบหน้า เช่น ลำคอ เนินอก
  3. หลังมือ (Hands) มือเป็นจุดที่ฟ้องอายุได้ชัดเจนที่สุดจุดหนึ่ง อย่างหลังมือ เลเซอร์จะช่วยกำจัดกระเนื้อ หรือ จุดด่างดำแห่งวัย
  4. ผิวกายส่วนอื่นๆ (Body) สามารถทำเฉพาะจุดเพื่อรักษาปัญหาเฉพาะอย่างได้ เช่น แผ่นหลัง หน้าท้อง ต้นขา ขาหนีบ รวมถึงรักแร้

Skin Rejuvenation Laser เหมาะสมกับใครบ้าง ?

Skin Rejuvenation Laser ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนเสมอไป แต่จะตอบโจทย์มากที่สุดสำหรับกลุ่มคนที่มี ปัญหาผิวสะสม หรือต้องการ ฟื้นฟูสภาพผิว ในเชิงลึกที่สกินแคร์ทั่วไปอาจใช้เวลานานเกินไป โดยแบ่งกลุ่มที่เหมาะสมได้ดังนี้

1. ผู้ที่มีปัญหาเม็ดสีและสีผิวไม่สม่ำเสมอ

  • รอยสิว: ทั้งรอยแดงและรอยดำที่หายยาก
  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ: ที่เกิดจากแสงแดดหรืออายุ (Sunspots / Age spots)
  • ผิวหมองคล้ำ: คนที่รู้สึกว่าผิวหน้าดูโทรม ไม่สดใส หรือสีผิวไม่เรียบเนียนเท่ากันทั้งใบหน้า

2. ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณแห่งวัย (Anti-Aging)

  • ริ้วรอยแรกเริ่ม: เช่น ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา มุมปาก หรือหน้าผาก
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น: เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่กระชับเหมือนก่อน เนื่องจากคอลลาเจนลดลงตามวัย (มักเริ่มในวัย 25-30 ปีขึ้นไป)

3. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเนื้อผิว (Skin Texture)

  • รูขุมขนกว้าง: ต้องการให้ผิวดูละเอียดและเรียบเนียนขึ้น
  • หลุมสิวตื้นๆ: หรือรอยแผลเป็นขนาดเล็กที่ทำให้ผิวดูขรุขระ
  • ผิวหยาบกร้าน: จากการสะสมของเซลล์ผิวเก่าที่ผลัดออกไม่หมด

4. ผู้ที่ต้องการทางลัดในการดูแลผิว (Quick Results)

  • เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกทาครีมบำรุงหลายขั้นตอนเป็นเวลานาน และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนกว่าการทำทรีทเมนต์หน้าทั่วไป

ต้องทำ Skin Rejuvenation Laser บ่อยแค่ไหน ? ทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

สำหรับการยิงเลเซอร์เพื่อรักษาปัญหา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ จะต้องทำประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป จึงจะเริ่มเห็นผล โดยผู้เข้ารับการรักษาสามารถทำได้ ทุก ๆ 2 สัปดาห์

ส่วนการยิงเลเซอร์เพื่อกำจัดขน จะต้องทำประมาณ 5 – 8 ครั้ง ขนที่ขึ้นจึงจะเริ่มบางลง และขึ้นน้อยลง ทั้งนี้ผลลัพธ์ในการทำจะขึ้นอยู่กับขนดั้งเดิมของแต่ละบุคคล

หากมีการทำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น รอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระจางลง ผิวกระชับมากขึ้น ผิวเรียบเนียน และกระจ่างใส

วิธีการเตรียวตัวก่อนทำ และวิธีการดูแลตนเองหลังทำ Skin Rejuvenation Laser

ก่อนทำ Skin Rejuvenation Laser ควรมีการเตรียมตัว ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • ไม่ควรแต่งหน้ามาในวันที่เข้ารับการรักษา เพราะจะมีการเคลียร์ให้สะอาดก่อนทำทุกครั้ง
  • งดสูบบุหรี่ และทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะจะทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้า
  • 2 – 3 ก่อนเข้ารับการรักษาควรงดการทานยา และวิตามิน ที่ทำให้เลือดออกมาก เช่น ยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน วิตามินอี วิตามินบี 12
  • หลีกเล่นการออกแดดจัด

เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด หลังทำ Skin Rejuvenation Laser ควรมีการดูแลตัวเองดังต่อไปนี้

  • หลังจากการทำเลเซอร์ไปประมาณ 1 สัปดาห์ บริเวณที่ทำจะมีการตกสะเก็ด ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดออกไปเอง ห้ามแกะ หรือเกาโดยเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และการเกิดรอยแผลเป็น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าแรง ๆ เพราะอาจเป็นการทำให้ผิวอักเสบ และไปรบกวนการฟื้นฟูของผิว
  • งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เพราะจะไปขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูของผิว
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 +++ อย่างสม่ำเสมอ
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Retinal และ AHA เป็นเวลา 2 วันหลังทำเลเซอร์
  • บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม

ทำ Skin Rejuvenation Laser ที่ไหนดี ?

แน่นอนว่าการทำเลเซอร์ ถือเป็นแนวทางการรักษาที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้สถานพยาบาลหลายแห่ง เปิดให้บริการการทำเลเซอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้รับการรักษาควรศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนทำทุกครั้ง เพราะเครื่องทำเลเซอร์ที่ได้มาตรฐานก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ หากใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดปัญหาผิวมากขึ้น

บุคลากรที่ได้มาตรฐาน ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากการยิงเลเซอร์ ต้องการความชำนาญในการทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

ที่ Lienjang ท่านจะได้รับบริการ จากเครื่องที่มีมาตรฐาน และแพทย์ที่ผ่านการอบรมถูกต้องตามกฎหมาย ปรึกษาเกี่ยวกับการทำ Skin Rejuvenation Laser คลิกที่นี่

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามปรึกษาแพทย์ฟรี